Untitled Document
$('#s1').cycle({fx:'scrollLeft',easing: 'bounceout',delay: -2000});
Untitled Document
จตุรพร ทัวร์ เชียงราย ::รับจัดทัวร์ทั้งใน และต่างประเทศ | เที่ยวจีน เชียงตุง เมืองลา สิบสองปันนา นครวัด นครธม กัมพูชา เวียดนามกลาง ลาว พม่า ฯลฯ::
จตุรพร ทัวร์ เชียงราย ::รับจัดทัวร์ทั้งใน และต่างประเทศ | เที่ยวจีน เชียงตุง เมืองลา สิบสองปันนา นครวัด นครธม กัมพูชา เวียดนามกลาง ลาว พม่า ฯลฯ::
แพคเกจทัวร์ สิบสองปันนา ทางเครื่องบิน

 

ประวัติศาสตร์ ล้านนา (อ่าน 6675 ครั้ง)


ประวัติศาสตร์ล้านนา
เมื่อ ราวพุทธศตวรรษที่ 19 บริเวณภาคเหนือตอนบน ของประเทศไทยซึ่งรวมไปถึง ดินแดนบางส่วนของประเทศพม่า จีน ลาว เคยเป็นที่ตั้งของชนกลุ่มหนึ่งที่มีการปกครองเป็นแคว้นอิสระ ในชื่อที่เรียกกันว่า ล้านนากลุ่มบ้านเมืองกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์กันทั้งในทางการเมือง เชื้อชาติ ศาสนา ประเพณี และศิลปวัฒนธรรม มีเมืองเชียงใหม่ เป็นศูนย์กลางการปกครอง และมีความเจริญรุ่งเรืองมากในช่วง พุทธศตวรรษที่ 20-21 และได้เสื่อมสลายลงและตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพม่าในช่วงพุทธศตวรรษที่ 22 แต่ได้พยายามกอบกู้เอกราชได้บ้างเป็นครั้งคราว จนถึงพุทธศตวรรษที่ 24 ได้ตกเป็นเมืองขึ้นต่อกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ ประเทศสยาม ในพุทธศตวรรษที่ 25 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่า ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของล้านนา ได้หล่อหลอมให้ผู้คนในดินแดนแห่งนี้มีแบบแผนทางศิลป วัฒนธรรม ประเพณี ต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นของตนเอง มีความแตกต่างไปจากผู้คนในดินแดนอื่น
ก่อนจะมือาณาจักรล้านนา
ถึง แม้ว่าสภาพภูมิศาสตร์ทางภาคเหนือจะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขา มีแม่น้ำใหลผ่าน ทำให้พื้นที่ราบนี้อุดมสมบูรณ์ จึงมีคนเข้ามาอยู่อาศัยมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ จนถึงตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ได้พบว่า มีกลุ่มบ้านเมืองเกิดขึ้นอยู่แล้ว กระจัดกระจาย ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำสายต่างๆซึ่งเกิดเป็นลักษณะแคว้นเล็กๆ แต่ละแคว้นเป็นอิสระต่อกันแต่ส่วนมากจะมืความสัมพันธ์กันลักษณะเครือญาติ และทางการค้า ซึ่งมีแคว้นสำคัญๆดังนี้
แคว้นหริภุญไชย
เป็นกลุ่มบ้าน เมืองที่ตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง มีเมืองหริภุญไชย(จังหวัดลำพูนในปัจจุบัน)เป็นศูนย์กลางแคว้น กับที่ราบลุ่มแม่น้ำวังมีเมืองเขลางค์นคร(จังหวัดลำปาง)เป็นส่วนหนึ่งของ แคว้น ในฐานะเป็นเมืองลูกลองลงมาจากเมืองหริภุญไชย นอกจากนั้นยังพบหลักฐานของเมืองโบราณที่ปรากฏอยู่รอบๆแคว้นหริภุญไชยอิกหลาย แห่ง เช่น เวียงมโน (อยู่ในเขตตำบล หนองตองอำเภอหางดง) เวียงท่ากาน (อยู่ไนเขตตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง) เวียงเถาะ (บ้านสองแคว อำเภอจอมทอง) และพบโบราณวัตถุแบหริภุญไชย อีกหลายแห่ง ในแถบที่ราบเชิงดอยสุเทพ ที่ถ้ำฤาษี วัดดอยคำ บริเวณกลางป่าเขตตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม และที่เวียงกุมกาม เขตอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ แสดงให้เห็นว่า แคว้นหริภุญไชยเป็นแคว้นที่ใหญ่และมีความเจริญในยุคนั้น
แคว้นโยนก
เป็น ดินแดนที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มของแม่น้ำกก แม่น้ำลาว แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง โดยเรียกกันว่า ที่ราบลุ่มเชียงราย ซึ่งถือได้ว่าเป็นที่ราบลุ่มที่ใหญ่มากและอุดมสมบรูณ์ จึงมีร่องรอยมนุษย์อาศัยอยู่มาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ และมีร่องรอยของคูน้ำคันดินที่เป็นลักษณะของชุมชนโบราณกระจายอยู่โดยทั่วไป ถึง 105 แห่งและมีเรื่องราวที่เป็นตำนานปรัมปราเกี่ยวข้องกับดินแดนนี้หลายฉบับ
แคว้นพะเยา
เป็น เมืองสำคัญตั้งอยู่ที่ราบปลายภูเขา มีชื่อในตำนานว่าภูกามยาว บริเวณรอบๆกว้านพะเยา จากตำนาน อาจกล่าวได้ว่า แคว้นพะเยาอาจเป็นส่วนหนึ่งของ แคว้นโยนก เพราะมีอาณาเขตเชื่อมต่อกับที่ราบลุ่มเชียงราย และ มีโอรสของผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยาง ได้แยกตัวมาตั้งหลักแหล่งที่ภูกามยาวและสร้างเมืองพะเยาขึ้น
แคว้นน่าน
เป็น กลุ่มบ้านเมืองเขตลุ่มแม่น้ำน่าน เดิมเป็นแคว้นอิสระ มีเมืองปัว หรือพลั่ว หรือวรนคร เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับเมืองหลวงพระบางและเมืองสุโขทัย ความสำคัญของแคว้นน่านน่าจะเป็นเพราะพื้นที่ราบลุ่มน้ำสาขาสายเล็กๆ ของแม่น้ำน่านนั้นอุดมไปด้วยแหล่งเกลือธรรมชาติ ซึ่งเป็นที่ต้องการสำหรับมนุษย์ที่อยู่ห่างไกลทะเล ดังได้พบมีบ่อเกลือทั้งที่เลิกผลิตแล้วและยังคงมีการผลิตอยู่หลายแห่งเช่น ที่บ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอปัว จังหวัดน่าน รวมทั้งเสันทางตามลำน้ำยังเป็นเสันทางการค้า ที่สามารถติดต่อกับกลุ่มบ้านเมืองในแถบลุ่มแม่น้ำโขงและดินแดนในประเทศลาว ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 แคว้นน่านได้ถูกผนวกเข้าไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของแคว้นพะเยา และในเวลาไม่นานก็ได้ต่อสู้จนหลุดพ้นจากอำนาจของเมืองพะเยา ต่อมาอาจจะเนื่องจากการขยายตัวของประชากรมากขึ้น รวมทั้งคงมีการติดต่อค้าขายกับดินแดนตอนใต้เช่น แควันสุโขทัยมากขึ้น จึงได้มีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานลงมาตั้งเมืองแห่งใหม่ขึ้นใน พ.ศ.1911 ซึ่งก็คือที่ตั้งในจังหวัดน่านในปัจุบัน ในช่วงเวลาตอนต้นของอาณาจักรล้านนา แม้ว่าเมืองพะเยาจะถูกรวมเข้ากับอาณาจักรล้านนา แต่เมืองน่านยังคงเป็นแคว้นอิสระ และมีความสัมพันธ์กับแคว้นสุโขทัยอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 21 แล้ว แคว้นน่านจึงได้ถูกผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา
การก่อตั้งอาณาจักรล้านนา
การก่อตั้งอาณาจักรล้านนา เกิดขึ้น เมื่อพญามังราย กษัตริย์ผู้ครองเมืองหิรันครเงินยาง ซึ่งถือได้ว่า เป็นปฐมกษัตริย์ของ อาณาจักรล้านนา ได้ทำการ รวบรวมหัวเมืองต่างๆ ที่กระจายอยู่และไม่ขึ้นแก่กัน และยกทัพไปตีเมืองต่างๆ ที่อยู่ในแคว้นโยนก เพื่อรวบรวม เข้าไว้เป็นอาณาจักรเดียวกัน ในปี พ.ศ.1805 ได้ทรงสร้างเมืองเชียงราย หลังจากนั้นได้ยกทัพไปตีเมืองต่างๆ รวมทั้งแคว้นหริภุญไชย ซึ่งอยู่ในเขตราบลุ่มแม่น้ำปิง ในปี พ.ศ.1812 ยึดเมืองเชียงของได้ ปี พ.ศ.1819 ยกทัพไปตีเมืองพะเยาซึ่งในขณะนั้นพญางำเมืองครอบครองอยู่ แต่ไม่มีการรบเกิดขึ้นและเป็นมิตรไมตรีต่อกัน จึงทำให้แคว้นพะเยาเป็นอิสระ ในปี พ.ศ.1824 สามารถยึดเมืองหริภุญไชยได้ และทรงประทับอยู่ที่เมืองหริภุญไชยเป็นเวลา 2 ปี จึงได้ย้ายมาสร้างเวียงใหม่ขึ้นเป็นที่ประทับ ในปี พ.ศ.1829 ชื่อ เวียงกุมกาม

(คำว่าเวียง ในภาษาลาว คือ เมือง หรือเมืองใหญ่ เมืองหลวงนั่นเอง)

ในขณะที่พญามังรายกำลังเรืองอำนาจอยู่นั้น ก็เป็นช่วงที่ อาณาจักรสุโขทัยซึ่งปกครองโดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช กำลังเรืองอำนาจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีการสู้รบกัน เนื่องจาก พญามังราย พ่อขุนรามคำแหง และพญางำเมือง เป็นพระสหายร่วมน้ำสาบานต่อ กัน ในปีพ.ศ.1839 ได้ทรงคิดจะสร้างเมืองแห่งใหม่ขึ้น จึงได้อัญเชิญ พระสหายร่วมน้ำสาบาน มาเลือกทำเล ณ บริเวณ ที่ราบลุ่มเชิงดอยสุเทพ และทรงตั้งชื่อว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ พ่อขุนรามคำแหง ทรงมีพระราชปรารภว่า เมืองนี้ข้าศึกจะเบียดเบียนทำร้ายมิได้ คนใหนมีเงินพันมาอยู่เมืองนี้จะมีเงินหมื่น ครั้นมีเงินหมื่นมาอยู่จะมีเงินแสน ส่วนพญางำเมือง ได้ถวายความเห็นว่า เขตเมืองนี้ดีจริง เพราะว่าเนื้อดินมีพรรณรังษี 5 ประการ มีชัย 7 ประการ

เมืองนี้มีสิทธินักแล ส่วนกำแพงเมืองที่สร้างขึ้น กว้างด้านละ 800 วา ยาวด้านละ 1000 วา และถือได้ว่า เมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาหลังจากสร้างเมืองเชียงใหม่ได้ไม่นาน พญาเบิก ผู้ครองนครเขลางค์ซึ่งเป็นราชบุตรของอดีตผู้ครองแคว้นหริภุญไชย ได้ยกทัพมาเพื่อจะชิงเมืองหริภุญไชยคืน แต่กองทัพเมืองเชียงใหม่รบชนะ และต่อมาสามารถยึดเมืองเขลางค์ ให้ขึ้นตรงต่อเมืองเชียงใหม่ ซึ่งนับเป็นการขยายดินแดนและรวมเอาบ้านเมืองในเขตลุ่มแม่น้ำวังเข้าไว้เป็น ส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา
ใน ปี พ.ศ. 2369 ประเทศอังกฤษได้ทำสงครามกับประเทศพม่า และได้ดินแดนหัวเมืองมอ ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับล้านนา จึงมีชาวอังกฤษเข้ามาติดต่อค้าขายกับล้านนา และทำธุรกิจป่าไม้ในล้านนา ซึ่งในช่วงแรกๆนั้นยังไม่มีปัญหากันมากนัก เมื่ออังกฤษได้ดินแดนพม่าทางตอนล่าง อิทธิพลของอังกฤษก็ขยายมาใกล้ชิดกับล้านนามากขึ้น ก็มีชาวพม่าซึ่งอยู่ในบังคับของอังกฤษ(เพราะพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ประชากรของพม่าจึงคุ้มครองโดยรัฐบาลอังกฤษ) เข้ามาทำป่าไม้ในล้านนามากขึ้น จึงเกิดมีปัญหาขัดแย้งกับเจ้าเมืองผู้ให้สัมปทานป่าไม้ในท้องถิ่น กับคนในบังคับของอังกฤษมากขึ้น อังกฤษจึงเรียกร้องให้รัฐบาลกลางที่กรุงเทพเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ในปี พ.ศ. 2416 ทางกรุงเทพจึงได้ส่ง พระนรินทรราชเสนี (พุ่ม ศรีไชยยันต์) ไปเป็นข้าหลวงสามหัวเมืองประจำที่เชียงใหม่ เพื่อควบคุมดูแลปัญหาในเมืองเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ขณะนั้นเหล่าหัวเมืองขึ้นของพม่าต่างเป็นอิสระ ได้ยกกำลังเข้าโจมตีหัวเมืองชายแดนล้านนา ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเกินกำลังที่เชียงใหม่จะจัดการได้ และในขณะนั้นสถานการณ์ภายในเมืองเชียงใหม่ก็มีปัญหา เนื่องจากพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ไม่มีความเข้มแข็งในการปกครอง เจ้านายชั้นสูงจึงแย่งชิงอำนาจกัน ทำให้เป็นโอกาสดี ของ กรุงเทพ ที่จะเข้ามาปฏิรูปการปกครอง

โดยระยะแรกในปี พ.ศ. 2427 ได้จัดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบมณฑลพายัพ หรือ มณฑลลาวเฉียง การปฏิรูปการปกครองดำเนินการอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป โดยทางกรุงเทพ ส่งข้าหลวงขึ้นมาช่วยให้คำแนะนำในการบริหารราชการ ได้มีการแต่งตั้ง ตำแหน่งเสนาขึ้นมาใหม่ 6 ตำแหน่งได้แก่ กรมมหาดไทย กรมทหาร กรมคลัง กรมยุติธรรม กรมวังและกรมนา และให้คงตำแหน่ง เค้าสนามหลวงอยู่ แต่ลดความสำคัญลงและพยายามลิดรอนอำนาจเจ้าเมืองทีละเล็กทีละน้อย

ในปี พ.ศ. 2442 ล้านนาได้ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบ มณฑลเทศาภิบาล นับเป็นการยกเลิกฐานะหัวเมืองประเทศราช และผนวกดินแดนล้านนามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสยาม

กษัตริย์ล้านนา

ล้านนาตอนต้น
พญามังราย พ.ศ 1839-1854
พญาไชยสงคราม พ.ศ 1854-1868
พญาแสนพู พ.ศ 1868-1877
พญาคำฟู พ.ศ 1877-1879
พญาผายู พ.ศ 1879-1898
ล้านนายุคทอง
พญากือนา พ.ศ 1898-1928
พญาแสนเมืองมา พ.ศ 1928-1944
พญาสามฝั่งแกน พ.ศ 1945-1984
พระเจ้าติโลกราช พ.ศ 1984-2030
พญายอดเชียงราย พ.ศ 2030-2038
พญาแก้ว พ.ศ 2038-2068

ล้านนายุคเสื่อม

พญาเมืองเกษเกล้า พ.ศ.2068-2081(ครั้งที่ 1)
ท้าวซายคำ พ.ศ.2081-2086
พญาเมืองเกษเกล้า พ.ศ.2086-2088(ครั้งที่ 2)
พระนางจิรประภา พ.ศ.2088-2089
พระไชยเชษฐา พ.ศ.2089-2091
ไม่มีผู้ปกครอง พ.ศ.2091-2094
ท้าวแม่กุ (พระเมกุฎิ) พ.ศ.2094-2101

ล้านนาภายใต้อำนาจพม่า

ท้าวแม่กุ (พระเมกุฎิ) พ.ศ.2101-2107 (ภายใต้อำนาจพม่า)
พระนางวิสุทธเทวี พ.ศ.2107-2121 (ภายใต้อำนาจพม่า)
สาวถีนรตรามังซอศรีมังสรธาช่อ พ.ศ.2121-2150
พระช้อย (ครั้งที่ 1) พ.ศ.2150-2151
พระชัยทิพ (มองกอยต่อ) พ.ศ.2151-2156
พระช้อย (ครั้งที่ 2) พ.ศ.2156-2158
เจ้าเมืองน่าน พ.ศ.2158-2174
พญาหลวงทิพเนตร พ.ศ.2174-2198
พระแสนเมือง พ.ศ.2198-2202
เจ้าเมืองแพร่ พ.ศ.2202-2215
อุปราชอึ้งแซะ (กรุงอังวะ) พ.ศ.2215-2218
บุตรเจ้าเจกุตรา(เจพูตราย) พ.ศ.2218-2250
มังแรนร่า พ.ศ.2250-2270
เทพสิงห์ พ.ศ.2270-2270
องค์ดำ พ.ศ.2270-xxxx
เจ้าจันทร์ พ.ศ.xxxx-2304
อดีตภิกษุวัดดวงดี (เจ้าขี้หุด) พ.ศ.2304-2306
โป่อภัยคามินี (โป่อะเกียะคามุนี) พ.ศ.2306-2311
โป่มะยุง่วน พ.ศ.2311-2317

ล้านนาภายใต้สยาม
ลองเทียบเคียงกับประวัติศาสตร์ไทยฉบับเอามาให้เรียน ประวัติกษัตริย์ กรุงศรีอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์ ดูเองนะครับ

พระเจ้ากาวิละ พ.ศ.2325-2356
พระยาธรรมลังกา (เจ้าเชียงใหม่ช้างเผือก) พ.ศ.2359-2365
พระยาคำฝั้น (เจ้าหลวงเศรษฐี) พ.ศ.2366-2368
พระยาพุทธวงศ์ (เจ้าหลวงแผ่นดินเย็น) พ.ศ.2369-2389
พระเจ้ามโหตรประเทศ พ.ศ.2390-2397
พระเจ้ากาวิโรรสสุริยวงศ์ (เจ้าชีวิตอ้าว) พ.ศ.2399-2413
พระเจ้าอินทรวิชยานนท์ พ.ศ.2416-2439
พระเจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์ พ.ศ.2444-2452
เจ้าแก้วนวรัฐ พ.ศ.2454-2482


เจ้าไชยสงคราม สมพมิตร ณ เชียงใหม่


ผู้บัญชาการตำรวจมณฑลพายัพ สายพระโลหิตพระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา ผู้จับดาบตะลุยทั่วสิบทิศ เพื่อความสงบสุขของมหาชนชาวนครเชียงใหม่ เป็นเจ้านายมือปราบนาม "เจ้าไชยสงคราม" ซึ่งโจรผู้ร้ายสยองเพียงได้ยินชื่อ


ประวัติย่อ
" เจ้าไชยสงคราม น้อยสมพมิตร ณ เชียงใหม่" เป็นโอรสใน "เจ้าน้อยรถ ณ เชียงใหม่" (โอรสใน "เจ้าอุปราช หน่อคำ, เจ้าอุปราชนครเชียงใหม่" และ "เจ้าหญิงบุนนาค") และมีศักดิ์เป็นราชปนัดดา (เหลน-ปู่ทวด) ใน "พระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา, พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๒"

" เจ้าไชยสงคราม น้อยสมพมิตร ณ เชียงใหม่" ได้รับฉายาว่าเป็น "มือปราบแห่งเวียงพิงค์" เป็นเจ้านายผู้มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามโจรผู้ร้ายในมณฑลฝ่ายเหนือและรับ ราชการสนองพระเดชพระคุณถวายความปลอดภัยแก่ "เจ้าอินทวโรรสสุริยวงศ์, เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๘" และ "พลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ, เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๙" ตลอดสองรัชสมัย

"เจ้าไชยสงคราม น้อยสมพมิตร ณ เชียงใหม่" ได้รับความไว้วางพระทัยจาก "พลตรี เจ้าแก้วนวรัฐ, เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๙" และ "เจ้านายฝ่ายเหนือ" ให้ปฏิบัติหน้าที่ ควาญช้างพระที่นั่งและถวายความปลอดภัยแก่ "พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" และ "สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี" ในคราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ และจากการปฏิบัติภารกิจรับใช้สนองเบื้องพระยุคลบาทดังกล่าว เป็นที่ต้องพระราชหฤทัยใน "พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว" ยิ่งนัก ต่อมาจึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ รับโอรสของ "เจ้าไชยสงคราม น้อยสมพมิตร ณ เชียงใหม่" ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ได้รับการศึกษาในกรุงเทพมหานคร

"เจ้าไชยสงคราม น้อยสมพมิตร ณ เชียงใหม่" มีโอรส ๗ ธิดา ๓ รวม ๑๐ คน ดังนี้

กับ "เจ้าหญิงศรีนวล ณ เชียงใหม่" (มีโอรส ๑ ธิดา ๑)

"เจ้าน้อยหน่อคำ ณ เชียงใหม่"
"เจ้าหญิงจันทรโสภา ณ เชียงใหม่"
กับ "หม่อมคำใส ณ เชียงใหม่" (มีโอรส ๔ ธิดา ๑)

"เจ้าหญิงข่ายแก้ว ณ เชียงใหม่"
"เจ้าไชยมงคล ณ เชียงใหม่"
"เจ้าไชยณรงค์ ณ เชียงใหม่" อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่
" เจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่" คหบดีผู้บุกเบิกกิจการโรงภาพยนตร์และโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเจ้าบิดาใน "ฯพณฯ เจ้าธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่" อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง การต่างประเทศ และสาธารณสุข
"เจ้าไชยชนะ ณ เชียงใหม่"
กับ "หม่อมอุษา ณ เชียงใหม่" (มีโอรส ๒ ธิดา ๑)

"เจ้าน้อยอินทร์ ณ เชียงใหม่"
"เจ้าน้อยหมอก ณ เชียงใหม่"
" เจ้าหญิงจันทร์ทิพย์ (ณ เชียงใหม่) ระมิงค์วงศ์" เป็นเจ้ามารดาใน "นางยินดี (ระมิงค์วงศ์) ชินวัตร" (มารดา "ฯพณฯ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร" )


โพสโดย :: จตุรพรทัวร์ อีเมล์ : jaturaporntour@hotmail.com เมื่อวันที่ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553


ตั้งกระทู้ใหม่ / อ่านกระทู้ทั้งหมด
รูปภาพ
ชื่อ**
อีเมล์
รหัสกันสแปม
zgx4t

 

 
Untitled Document

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
สำนักงาน จตุรพร ทัวร์ ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 21/00493
4/2 หมู่3 ถ.หิรัญนคร อ.แม่จัน จ.เชียงราย 57110
โทร. 053-660657 แฟกซ์.053-660557 มือถือ. 089-8387084
อีเมล์ / MSN : jaturaporntour@hotmail.com , jaturaporntour@gmail.com

CopyRight 2016http://www.jaturaporntour.com :: Design by Chiangrai Enter Soft::