Untitled Document
$('#s1').cycle({fx:'scrollLeft',easing: 'bounceout',delay: -2000});
Untitled Document
จตุรพร ทัวร์ เชียงราย ::รับจัดทัวร์ทั้งใน และต่างประเทศ | เที่ยวจีน เชียงตุง เมืองลา สิบสองปันนา นครวัด นครธม กัมพูชา เวียดนามกลาง ลาว พม่า ฯลฯ::
จตุรพร ทัวร์ เชียงราย ::รับจัดทัวร์ทั้งใน และต่างประเทศ | เที่ยวจีน เชียงตุง เมืองลา สิบสองปันนา นครวัด นครธม กัมพูชา เวียดนามกลาง ลาว พม่า ฯลฯ::
แพคเกจทัวร์ สิบสองปันนา ทางเครื่องบิน

 

ความเป็นมาของ 12จุไท (อ่าน 5664 ครั้ง)


สิบสองจุไทย ประวัติความเป็นมา : ดินแดนแคว้นสิบสองจุไทยหรือ สิบสองเจ้าไต แผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของอารยะชนเผ่าไต หรือ ไทดำ แผ่นดินของบรรพชนไทดำแต่ครั้งบรรพกาล จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ชนเผ่าไทดำได้อพยพเข้ามาในประเทศไทยในยุคของการตกเป็นอาณานิคมของ อาณาจักรต่างๆ ในยุคนั้นแผ่นดินไต หรือแคว้นสิบสองจุไท เคยตกอยู่ในอารักขา ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรสยาม ในยุครัชสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระเจ้าตาก ชนเผ่าที่อยู่ในแคว้นสิบสองจุไทนั้นมีหลายเผ่าพันธุ์ เช่น ไทดำ ไทแดง ไทขาว ข่า ส่า หรือมอญ เขมร เป็นต้น ไทดำนับว่าเป็นชนเผ่าที่มีจำนวนมากกว่าไทขาว หรือไทแดง และก็เป็นชนชั้นผู้ปกครอง หรือ เจ้าเมืองปกครองชนหลายเผ่ามาทุกยุคทุกสมัย จวบจนกระทั่งถึงเสียเมือง เสียแผ่นดินให้แก่ฝรั่งเศส เมื่อปีพ.ศ. 2432 ก็ยังคงเป็น ไทดำ มาตลอด ไม่ว่า ไทดำ ไทแดง ไทขาว พวกเขาจะเรียกขานตัวเองสั้นๆ ว่า คนไตแผ่นดินสิบสองจุไท ในอดีตที่ผ่านมานั้นเหมือนถูกสาป เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมานับพันปี สิบสองจุไท ต้องตกอยู่ภายใต้มหาอำนาจในยุคนั้น บางครั้งตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีน บางช่วงก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเวียดนาม และอาณาจักรหลวงพระบาง ในช่วงที่อาณาจักรเหล่านั้นเรืองอำนาจและได้เข้ามาครอบครองสิบสองจุไท เป็นเมืองประเทศราช สิบสองจุไทจึงต้องจำยอมส่งส่วย เครื่องราชบรรณาการให้กับอาณาจักรเหล่านั้นตลอดมา จนกระทั่งตกมาถึงยุคที่ลาวหลวงพระบางตกเป็นเมืองประเทศราชของสยาม สิบสองจุไทจึงต้องตกมาเป็นเมืองในอารักขาของสยามโดยปริยาย และนี่คือสาเหตุที่บรรพบุรุษของเราเผ่าไทดำ หรือไททรงดำ ได้อพยพเข้ามาเป็นพลเมืองของประเทศสยามนับแต่รัชสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรี การเข้ามาอยู่ในไทยของบรรพบุรุษไทดำนั้น เรารู้จักได้ยินได้ฟังจากการบอกเล่าของบรรพบุรุษไทดำ ปู่ ย่า ตา ยาย เล่ากันต่อๆ มา เพราะหลังจากนั้นมาจนถึงปัจจุบันนั้นแต่ถูกอพยพเข้ามาอยู่ในไทย รวมเวลาแล้วนานนับได้ถึง 224 ปีมาแล้ว


สิบสองจุไทย แผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนของชนเผ่าไต หรือไทดำ (ไทยทรงดำ) ในอดีตนั้นถูกเรียกขานว่าเป็นดินแดนแห่งขุนเขาหมื่นยอด เพราะพื้นที่ทั้งหมดของแคว้นสิบสองจุไทนั้น 90% เป็นภูเขาน้อยใหญ่ สลับซับซ้อนสูงเสียดฟ้า ภูมิประเทศสิบสองจุไททั้งแคว้นมีพื้นที่ราบเรียบเป็นทุ่งนาขนาดใหญ่ที่ พลเมืองใช้ทำการเกษตร ทำไร่ ทำนาได้เต็ม100% มีอยู่เพียง 4 ทุ่งนาเท่านั้น คือ 1.ทุ่งเมืองลอ 2. ทุ่นเมืองถนน 3. ทุ่งเมืองเติ๊ก 4.ทุ่งเมืองแถง ในบรรดาทุ่งทั้ง 4 นี้ ทุ่งที่นับว่าใหญ่ที่สุดคือ ทุ่งเมืองแถง นอกเหนือจากทุ่งทั้ง 4 นี้ ไม่นับว่าใหญ่พอที่จะเรียกว่าทุ่ง เพราะเป็นพื้นราบตามช่องหุบเขาที่พอจะเพาะปลูกได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นที่ดินทำนาจึงเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดของชนเผ่าไทดำ สิบสองจุไท มีการปกครองด้วยระบบมูลนาย ปู่จ้าวท้าวนั่งเมือง หรือกษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนสิบสองจุไทคนแรก คือ ท้าวลอ เป็นลูกชายของท้าวสรวง ที่อพยพมาจากน่านเจ้า ปัจจุบันคือมณฑลยูนานของจีน ท้าวสรวงอพยพมาถึงเมืองลอและได้ให้กำเนิดบุตรชาย 1 คน จึงได้ตั้งให้ชื่อ ท้าวลอ ตามชื่อเมืองที่ปกครองอยู่ อาณาจักรเมืองลอ ในสมัยนั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางการปกครองของไทดำ ทุกเมืองที่อยู่ในอารักขาต้องขึ้นกับเมืองลอทั้งหมด ท้าวลอได้ให้กำเนิดบุตรชาย 7 คน คือ 1.ปู่ตาดุก 2.ปู่ตาเหลา 3.ปู่ล๊อบลี่ 4.ปู่ลับลี่ 5.ปู่ล่างง่าง 6.ปู่ล่างกว้าง และ 7.ปู่ล้านเจี้อง ลูกทั้ง 6 คนนั้นมีเมืองที่ท้าวลอได้จัดแบ่งให้ปกครอง ยกเว้นล้านเจื้องคนสุดท้องที่ไม่มีบ้านเมืองให้ปกครอง ล้านเจื้องจึงขออนุญาตต่อท้าวลอผู้เป็นพ่อ ขอกำลังพลและเสบียงอาหารพร้อมอาวุธออกตระเวนตีตามหัวเมืองน้อยใหญ่ เพื่อขยายอาณาเขตเมืองลอให้กว้างขวางขึ้น ตีได้เมืองไหนถ้ายังไม่ถูกใจหรือเล็กไป ล้านเจื้องก็มอบให้ขุนทหารที่ไว้วางใจปกครองแทน ส่วนตัวก็ตีหัวเมืองไปเรื่อยๆ เพื่อหาที่ตั้งเมืองให้ได้ จนกระทั่งยกไพร่พลมาถึงภูฟ้า ได้ยินคนพูดกันไปทั่วว่ามีเมืองหนึ่งเป็นทุ่งนากว้างขวางสุดลูกหูลูกตา มีแม่น้ำไหลผ่านกลางทุ่งนาจากเหนือไปใต้ ล้านเจื้องได้ยินเช่นนั้นจึงสั่งให้ทหารลงจากภูฟ้ามาถึงทุ่งกว้างแห่งนั้น ล้านเจื้องเห็นแล้วพอใจมากจึงสั่งให้ไพร่พลสร้างบ้าน สร้างเมือง ณ ทุ่งกว้างแห่งนั้น ล้านเจื้องเมื่อสร้างเมืองเสร็จก็ขึ้นปกครองเมืองแห่งนั้น และตั้งชื่อเมืองว่า เมืองแถง และประกาศยกเมืองแถงเป็นเมืองหลวง ทุกเมืองที่อยู่ในบริเวณอาณาจักรเมืองแถงต้องขึ้นต่อเมืองแถน และส่งส่วย ส่งบรรณาการให้แก่เมืองแถน นับแต่นั้นมาเมืองแถนจึงเป็นศูนย์กลางการปกครอง ของแคว้นสิบสองจุไท เมืองแถงมีท้าวนั่งเมืองติดต่อกัน 7 คน จนถึงยุคสมัยของท้าวเถิง คนที่ 8 ช่วงนั้นเมืองแถงถูกคุกคามจากอาณาจักรล้านช้าง หรือ ลาว ท้าวเถิงจึงอพยพเมืองลึกเข้าไปทางตะวันออกและตั้งเมืองหม่วย เป็นเมืองหลวงขึ้นแทนเมืองแถน นับแต่นั้นมาเมืองหม่วยจึงเป็นศูนย์กลางการปกครองและเป็นเมืองหลวงของแคว้น สิบสองจุไท และมีท้าวนั่งเมืองสืบต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงท้าวนั่งเมืองคนสุดท้ายก่อนที่แคว้นสิบสองจุไทจะถูกฝรั่งเศส เข้ายึดครองเป็นอาณานิคม ชื่อว่าท้าวคำฮัก เป็นคนที่ 32 ของราชวงศ์ลอคำ ท้าวนั่งเมืองคนสุดท้ายของแคว้นสิบสองจุไทสมัยนั้น เป็นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า รัชกาลที่ 5 ของไทย เมื่อปี พ.ศ. 2427 สิบสองจุไทถูกพวกฮ่อเข้ารุกรานเผาบ้านเผาเมืองไปทั่ว ท้าวคำฮักกลัวพวกฮ่อ จึงอพยพพลเมืองมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของ ร.5 ลี้ภัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ถึง 3 ปี เมื่อฝรั่งเศสเข้ายึดสิบสองจุไทไปจากไทยแล้ว ท้าวคำฮัก จึงขอพระบรมราชานุญาต จาก ร.5 ขอกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอนของตน จากนั้นหลังจากที่ถูกยึดครองจากฝรั่งเศส สิบสองจุไท จึงไร้ท้าวนั่งเมือง และฝรั่งเศสได้จัดตั้งสหพันธรัฐไตขึ้น เรียกว่า สิบหกเจ้าไต และแต่งตั้งไทขาว เมืองไล ขึ้นเป็นเจ้าแผ่นดิน ชื่อ แดววันลอง และ ในปี พ.ศ. 2497 ขบวนการเวียตมินท์ นำโดย โฮจิมินท์ เข้าโจมตีค่ายทหารกองทัพของฝรั่งเศสที่เมืองแถง แตกพ่ายแพ้ยับเยินจนฝรั่งเศสแตกกระเจิงเข้าฝั่งลาว เพราะตอนนั้นลาวยังเป็นของฝรั่งเศสอยู่ คนไทดำต้องหนีภัยสงครามอพยพเข้าลาวส่วนหนึ่งที่รักอิสระและเกรงกลัวภัย สงคราม จึงอพยพเข้าสู่แขวงเชียงขวางของลาว เป็นครั้งแรก เมืองแถงปราการของฝรั่งเศสแตกเพราะการแตกแยกของไทดำเอง โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งอยู่ฝ่ายฝรั่งเศส อีกฝ่ายอยู่เวียตนาม ทางฝรั่งเศสได้วางแผนตั้งสหพันธรัฐไต หรือสิบหกเจ้าไตขึ้น เพื่อจูงใจให้ชาวไทดำ ไทขาวช่วยกันต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งช่วงเวลานั้นลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นที่หวาดกลัวของทุกประเทศในโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งล่อแหลมมากต่อการถูกคอมมิวนิสต์เข้าครอบครอง ผลลัพธ์ออกมาคนไทดำ ต่างถูกหลอกใช้ให้ร่วมรบและฆ่ากันเอง ฝ่ายฝรั่งเศสแพ้ต่อโฮจิมินท์ เวียตนามเป็นฝ่ายชนะและขับไล่ฝรั่งเศสออกจากแผ่นดินเวียตนาม แล้วผนวกเอาแคว้นสิบสองจุไททั้งหมดเข้ากับแผ่นดินเวียตนาม และได้ปูนบำเหน็จแก่ขุนศึกที่อยู่ฝ่ายเวียดนามให้ได้ทำงานกับรัฐบาลต่อมาจน ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานจนถึงปัจจุบันก็ยังมีอยู่ ส่วนไทดำที่อพยพออกจากดินแดนของตนต่างก็แตกหนีเข้าสู่ลาวได้ 20 ปี ในปี พ.ศ.2518 ชนเผ่าไทดำก็ต้องอพยพลี้ภัยอีกครั้งเมื่อลาวถูกขบวนการประเทศลาวเข้ายึด อำนาจการปกครองเปลี่ยนการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ ไทดำจึงต้องอพยพเข้าสู่ประเทศที่สาม เช่น ฝรั่งเศส แคนาดา ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกาที่รัฐไอโอวา นับแต่นั้นมาแผ่นดินสิบสองจุไทจึงหายไปจากแผนที่โลก และเลือนหายไปจากความทรงจำของชาวโลกนับแต่นั้นมา


โพสโดย :: จตุรพรทัวร์ อีเมล์ : jaturaporntour@hotmail.com เมื่อวันที่ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553


ตั้งกระทู้ใหม่ / อ่านกระทู้ทั้งหมด
รูปภาพ
ชื่อ**
อีเมล์
รหัสกันสแปม
ttu4c

 

 
Untitled Document

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
สำนักงาน จตุรพร ทัวร์ ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 21/00493
4/2 หมู่3 ถ.หิรัญนคร อ.แม่จัน จ.เชียงราย 57110
โทร. 053-660657 แฟกซ์.053-660557 มือถือ. 089-8387084
อีเมล์ / MSN : jaturaporntour@hotmail.com , jaturaporntour@gmail.com

CopyRight 2016http://www.jaturaporntour.com :: Design by Chiangrai Enter Soft::