Untitled Document
$('#s1').cycle({fx:'scrollLeft',easing: 'bounceout',delay: -2000});
Untitled Document
จตุรพร ทัวร์ เชียงราย ::รับจัดทัวร์ทั้งใน และต่างประเทศ | เที่ยวจีน เชียงตุง เมืองลา สิบสองปันนา นครวัด นครธม กัมพูชา เวียดนามกลาง ลาว พม่า ฯลฯ::
จตุรพร ทัวร์ เชียงราย ::รับจัดทัวร์ทั้งใน และต่างประเทศ | เที่ยวจีน เชียงตุง เมืองลา สิบสองปันนา นครวัด นครธม กัมพูชา เวียดนามกลาง ลาว พม่า ฯลฯ::
แพคเกจทัวร์ สิบสองปันนา ทางเครื่องบิน

 

ประวัติพ่อขุนเม็งรายมหาราช (อ่าน 4216 ครั้ง)


โดยพระกำเนิดของพ่อขุนเม็งราย พระบิดาของพระองค์สืบเชื้อพระราชวงศ์มาจากลวะจักราชแห่ง แคว้นจก พระมารดาของพระองค์มาจากเจ้านครเชียงรุ้งแห่งแคว้นสิบสองปันนา นับว่าต้นกำเนิดของพระองค์สืบเชื้อพระวงศ์มาจากเจ้านครชั้นสูงทั้งฝ่ายบิดาและมารดา พ่อขุนเม็งรายประสูติวันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ พ.ศ. 1718 เวลาย่ำรุ่ง เมื่อพระราชมารดาแรกตั้งพระครรภ์ ได้ทรงพระสุบินนิมิตว่า เห็นดาวประกายหยาด แต่ท้องฟ้าลงมาทางเบื้องพระทักษิณและได้รับเอาดาวดวงนั้นไว้ โหรจึงถวายคำพยากรณ์ว่าจะได้โอรสที่ทรงศักดานุภาพมาก ครั้นพ่อขุนเม็งราย เจริญพระชนมายุได้ 16 พรรษา เจ้าลาวเม็งพระบิดา จึงได้ไปสู่ขอพระธิดาเจ้าเมืองเชียงเรืองให้ แล้วทรงโปรดให้เป็นมหาอุปราช กระทั่งพระชนมายุได้ 21 พรรษา พระบิดาก็เสด็จทิวงคต พ่อขุนเม็งรายจึงได้ขึ้นครองเมืองหิรัญนครเงินยางสืบต่อจากพระราชบิดา ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์

พ่อขุนเม็งรายจึงได้ทรงกอบกู้รวบรวมชาวไทยให้เป็นกลุ่มก้อนระงับความทุกข์เข็ญต่าง ๆ ได้เพราะในขณะนั้นได้เกิดเมืองเล็กเมืองน้อยตั้งตัวเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่กัน ทั้งที่เป็นคนไทยเหมือนกัน และเจ้าเมืองต่างๆ เหล่านั้นส่วนใหญ่ก็เป็นพระญาติของพระองค์นั้นเอง จึงเห็นสมควรจะได้ปราบปรามให้มารวมเป็นอาณาจักรเดียวกันจะได้เกิดความผาสุกแก่ประชาชน พ่อขุนเม็งรายได้มีใบบอกไปยังเมืองต่างๆ ที่ตั้งตัวเป็นอิสระ ให้มาอ่อนน้อมต่อหิรัญนคาเงินยางเสีย เมืองใดแข็งข้อก็ส่งกองทัพไปปราบ และตีเมืองมอบได้เป็นเมืองแรก ต่อมาก็ตีได้เมืองไรและเมืองเชียงคำ แล้วถอดเจ้าผู้ครองนครออก ตั้งขุนนางให้อยู่รั้งเมืองแทน นับแต่นั้นมา หัวเมืองน้อยใหญ่ทั้งหลายก็เข้ามาสวามิภักดิ์ต่อหิรัญนครเงินยางหมดสิ้น เมื่อพระองค์รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ทางฝ่ายเหนือหมดแล้ว ก็จึงคิดจะยกกองทัพไปปราบบรรดาหัวเมืองทางฝ่ายใต้ และได้เสด็จไปประทับอยู่ที่เมืองลาวกู่เต้า โอรสองค์ใหญ่ก็ได้ประสูติ ณ ที่เมืองลาวกู่เต้านั่นเอง

เมื่อปีจอ พ.ศ. 1805 และขนานนามว่าขุนเครื่อง ในปี พ.ศ. 1805 นี้เอง พระองค์ได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้น และได้เสด็จมาประทับที่เมืองเชียงรายถึง 3 ปี ก็ได้โอรสอีกองค์หนึ่งขนานนามว่า เจ้าขุนคราม (ขุนสงคราม)และจากนั้นมาอีก 3 ปี ก็ได้เสด็จไปประทับอยู่เมืองฝางและยกทัพไปตีได้เมืองผาแดงเชียงของ ซึ่งมีเจ้าคำเรืองครองอยู่ และเป็นเชื้อพระวงค์ลวะจักราชเหมือนกัน จากนั้นจึงได้กลับมาประทับอยู่ที่เมืองฝางตามเดิมและได้โอรสอีกองค์หนึ่ง ขนานพระนามว่าขุนเครือ ในปี พ.ศ. 1818 เจ้าขุนเครื่อง โอรสองค์ใหญ่ได้ครองเมืองเชียงราย และเชื่อถ้อยคำขุนใสเรืองซึ่งยุยงให้คิดกบฏต่อพระบิดา เมื่อความทราบถึงพระองค์ จึงแต่งอุบายเรียกให้มาเฝ้าที่เมืองฝาง แล้วให้อ้ายเผียน นักแม่นธนูอาบยางน่องยิงขุนเครื่องสิ้นพระชนม์ไป พ่อขุนเม็งรายจึงเสด็จกลับมาครองเมืองเชียงรายอีก

ในปี พ.ศ. 1833 พ่อขุนเม็งรายได้ทรงยกทัพไปตีเมืองพุกาม แต่พระเจ้าอังวะได้ให้ราชบุตรนำเครื่องบรรณาการมาต้อนรับมาขอเป็นไมตรีด้วย เมื่อพ่อขุนเม็งรายเสด็จกลับจึงขอช่างฝีมือต่าง ๆ จากชาวพุกามเพื่อนำไปฝึกให้ชาวล้านนาไทย พระเจ้าอังวะได้โปรดพระราชทานช่างฆ้อง ช่างทองและช่างเหล็กให้ ซึ่งศิลปะต่างๆ ที่เป็นของพุกามจึงมีเหลืออยู่ที่ล้านนาไทยในปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 1835 พระองค์ได้เสด็จไปสร้างเมืองใหม่ที่เชียงใหม่ที่เชิงดอยสุเทพ พระองค์ทรงสร้างเมืองใหม่จนถึง พ.ศ.1839 จึงสำเร็จและสถาปนานครนี้ว่าเชียงใหม่ ในระหว่างที่พระองค์ทรงสร้างนครเชียงใหม่อยู่นั้น พระยายีบา กษัตริย์ขอมเจ้าเมืองหริภุญชัย ซึ่งหลบหนีไปอยู่กับพระยาเบิกผู้เป็นบุตรนครเขลางค์ (ลำปาง) เมื่อคราวพ่อขุนเม็งรายไปตีเมืองหริภุญชัย ได้ยกทัพขอมกลับมาเพื่อจะตีหริภุญชัยคืน พ่อขุนเม็งรายจึงโปรดให้เจ้าขุนคราม พระโอรสยกทัพออกไปรบกับพระยาเบิกและจับพระยาเบิกสำเร็จโทษเสีย พระยายีบารู้ข่าวจึงทิ้งเมืองเขลางค์นครหนีไปพึ่งพระยาพิษณุโลก เจ้าขุนครามจึงได้เมืองเขลางค์นครไว้อีกเมืองหนึ่ง จึงนับว่าพ่อขุนเม็งรายได้ทรงมีอำนาจครอบงำไปทั่วดินแดนทางภาคเหนือและยังตีได้ดินแดน
ต่างประเทศคือหงสาวด ีและพุกามไว้ในครอบครองอีกด้วย

ในปีต่อมา พ่อขุนเม็งรายได้ยกทัพไปตีเมืองพะเยา แต่พระยางำเมืองแห่งเมืองพะเยาได้เสด้จออกมารับด้วยความมีไมตรี จึงรับไว้เป็นมิตร พระองค์ได้พยายามขยายอาณาเขตออกไปในดินแดนซึ่งขอมไปครอบครองอยู่ คือเมืองหริภุญชัย เมื่อปี พ.ศ. 1824 แล้วได้สร้างเมืองขึ้นอีกเมืองหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ. 1829 ตั้งชื่อเมืองว่า กุมกาม (เมืองกุมกาม) ปัจจุบันนี้เป็นอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง ต่อมาในปี พ.ศ 1831 พ่อขุนเม็งรายได้ยกกองทัพไปเมืองหงสาวดี เจงพยุเจง เจ้าเมืองหงสาวดีเกรงพระบารมี จึงได้แต่งเครื่องราชบรรณาการออกมาถวายขอเป็นไมตรี และยกพระราชธิดาคือนางปายโค ให้เป็นบาทจาริกาแก่พระองค์ ในปีเดียวกัน ได้มีพระเถระรูปหนึ่งชื่อ พระกัสสปเถระพร้อมด้วยศิษย์สงฆ์ 5 รูปมาบำเพ็ญรุกขมูลอยู่ใต้ต้นมะเดื่อใหญ่ พระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธามาก จึงโปรดให้สร้างพระอารามถวาย และโปรดให้หล่อพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ 5 องค์ สูงใหญ่ขนาดเท่าพระวรกายของ พ่อขุนเม็งราย ประดิษฐานไว้ที่พระอารามนั้น ซึ่งเมื่อพระองค์ได้มาสร้างเมืองเชียงใหม่ในเวลาต่อมา ก็ได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ในเมืองเชียงใหม่ (ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเจ้าเม็งราย หรือวัดกาละก๊อก เชียงใหม่)

ดังนั้นพ่อขุนเม็งราย จึงสมควรที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นมหาราชของกษัตริย์ไทยอีกพระองค์หนึ่ง พ่อขุนเม็งรายเสด็จสวรรคตเมื่อปี พ.ศ. 1890 ขณะที่กำลังเสด็จประพาสกลางเมืองเชียงใหม่ โดยได้ถูกอสุนีบาตตกต้องพระองค์ พ่อขุนเม็งรายมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา

โพสโดย :: จตุรพรทัวร์ อีเมล์ : jaturaporntour@hotmail.com เมื่อวันที่ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553


ตั้งกระทู้ใหม่ / อ่านกระทู้ทั้งหมด
รูปภาพ
ชื่อ**
อีเมล์
รหัสกันสแปม
w1wea

 

 
Untitled Document

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
สำนักงาน จตุรพร ทัวร์ ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 21/00493
4/2 หมู่3 ถ.หิรัญนคร อ.แม่จัน จ.เชียงราย 57110
โทร. 053-660657 แฟกซ์.053-660557 มือถือ. 089-8387084
อีเมล์ / MSN : jaturaporntour@hotmail.com , jaturaporntour@gmail.com

CopyRight 2016http://www.jaturaporntour.com :: Design by Chiangrai Enter Soft::