เชียงของ-หลวงพระบาง 4 วัน 3 คืน ทางรถยนต์ ท่านละ 7,500 บาท

18 ม.ค. 2562

โปรแกรมท่องเที่ยวหลวงพระบาง 4 วัน 3 คืน ทางรถยนต์ เพียงท่านละ 7,500 บาท ครบ8ท่านออกเดินทางได้

โปรแกรมท่องเที่ยวหลวงพระบาง4 วัน3คืน

ทางรถยนต์


วันที่ 1เชียงของ–หลวงพระบาง

07.00 น.คณะพบกัน ณ จุดนัดพบ ที่ด่าน อ.เชียงของ โดยมีเจ้าหน้าที่ของ บ.คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองไทย นั่งเรือเล็กเพื่อข้ามไปยังเมืองห้วยทราย จากนั้นนั่งรถตู้ปรับอากาศเดินทางสู่เมืองหลวงพระบาง

กลางวันเดินทางถึงเมืองหลวงน้ำทา รับประทานอาหารกลางวัน เสร็จแล้วเดินทางต่อ ผ่านเมืองอุดมไชย

เย็นเดินทางถึง เมืองหลวงพระบางเวลาประมาณ 19.00 น. นำท่านไปรับประทานอาหารค่ำ จากนั้น เข้าพักที่โรงแรม........ ในเมืองหลวงพระบาง พักผ่อนตามอัธยาศัย หลังอาหารเชิญท่านอิสระที่ตลาดค่ำ (Night market) เป็นถนนคนเดินตอนเย็นตั้งแต่เวลา 5โมงเย็น ถึงประมาณ 4 ทุ่ม ก็จะมีชาวลาวสูง ลาวเทิ่ง ลาวม้ง แม้แต่ชาวหลวงพระบางเองก็จะนำสินค้าพื้นเมืองไม่ว่าจะเป็นผ้าปัก ผ้าทอมือ ผ้านุ่ง ผ้าซิ้นเครื่องเงิน เครื่องไม้ สินค้ามากมายถูกวางอยู่บนถนนและริมทางเดินตั้งแต่หน้าพระราชวังจนสุดหัวถนน

วันที่2:เที่ยวชมเมืองหลวงพระบาง

06.00 น.เชิญท่านร่วมตักบาตรข้าวเหนียวในทุกๆ เช้าพระสงฆ์ และ สามเณรจากวัดต่างๆ จะเดินออกบิณฑบาตรเป็นแถวอย่างมีระเบียบนับร้อยๆรูปโดยการตักบาตรนี้จะรับแต่ข้าวเหนียวสีขาวเท่านั้น ส่วนกับข้าวไม่ต้องใส่ในบาตร ( ชาวบ้านจะนำไปถวายที่วัดเอง ) ทำบุญใส่บาตรรพระสงฆ์ เสร็จแล้วนั่งรถไปเที่ยวชมตลาดเช้า

-รับประทานอาหารเช้า หลังอาหารนำท่าน เที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวตามโปรแกรมประกอบด้วย

-วัดวิชุนเจ้าชีวิตวิชุนราชโปรด สร้างขึ้นเมื่อปี ค . ศ .1503 เป็นวัดที่มีความแปลกจากวัดอื่นๆ ในหลวงพระบางตรงพระเจดีย์พระประทุมหรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ พระธาตุเจดีย์ดีรูปโค้งที่คนลาวเรียกกันว่า พระธาตุหมากโมตามลักษณะที่คล้ายแตงโมผ่าครึ่งที่พระนางพันตีนเชียง พระอัครมเหสีโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1514 ช่วงปี ค.ศ.1914 พระธาตุหมากโมได้พังทลายลงบางส่วน เจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ และชาวหลวงพระบางจึงร่วมกันบูรณะพระธาตุแห่งนี้ จากการซ่อมแซมครั้งนั้นได้พบวัตถุมีค่ามากมาย อาทิเช่น พระพุทธรูปทองคำ เงิน และทองสำริด พระพุทธรูปแกะสลักทองคำจากแก้ว และ อัญมณี รวมทั้งวัตถุทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และ ศิลปะวัฒนธรรมในช่วงศตวรรษที่ 15 และ 16 อีกเป็นจำนวนมาก

-วัดเชียงทอง (wat xieng thong) ซึ่งเป็นวัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบาง สร้างในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ก่อนหน้าที่จะย้ายเมืองหลวงไปนครเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้ามหาชีวิตมหาสว่างวงค์ และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์องค์สุดท้ายของลาว ชมพระอุโบสถ หรือ สิม ที่มีหลังคา อ่อนโค้งและลาดต่ำซ้อนกันอยู่ 3 ชั้น เกือบจรดฐาน ชมช่อฟ้าหรือพุทธสีมา 17 ช่อ ชมผนังด้านหลังอุโบสถที่ใช้กระจกสีตัดต่อกันเป็นรูปต้นทอง ชมหอพระไตรปิฏก ที่นำกระจกมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านบนพื้นสีชมพู ชมวิหารพระม่าน ด้านหลังอุโบสถที่ในวันขึ้นปีใหม่ลาวจะอัญเชิญให้ประชาชนสรงน้ำและกราบไหว้ นำท่านกราบพระธาตุศรีสว่างวงค์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงค์

-พระราชวังเจ้าชีวิต (Royal Palace Museum)สร้างขึ้นปี ค.ศ.1904 ก่อนที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงค์จะขึ้นครองราชย์สมบัติ 1 ปี ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูงแบบฝรั่งเศส แต่มีการผสมผสานระหว่างความเป็นฝรั่งเศสและลาวหลังคายอดปราสาทเป็นศิลปะลาวล้านช้างที่นี้จึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็นลักษณะของฝรั่งสวมชฎา เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงค์ประทับอยู่ที่นี้จนสิ้นพระชนม์ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์วังเจ้ามหาชีวิตแทน ภายในประกอบด้วยห้องฟันธรรม จัดแสดงธรรม ไม้แกะสลักสกุลช่างหลวงพระบางและพระพุทธรูปสำริดสกุลช่างลาวโบราณช่างศตวรรษที่ 17-19 ห้องที่สองด้านขวามือเป็นห้องพิธีหรือห้องรับแขกมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวลาวโดยช่างฝีมือชาวฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1930 ห้องที่สามเป็นห้องท้องพระโรงประดับกระจกสีบนพื้นสีทอง เป็นห้องที่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงค์วัฒนาเตรียมไว้เพื่อทำพิธีราชาภิเษกแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเสียก่อน ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงราชบัลลังก์ไม้แกะสลักหุ้มทองและเครื่องสูงทั้ง 5 ส่วนด้านหลังเป็นที่ประทับของเจ้ามหาชีวิต เครื่องใช้ไม้สอยเป็นแบบฝรั่งเรียบง่ายไม่หรูหราเตียงพระบรรทมเป็น ไม้สักฝีมือช่างไทยในสยามในสมัยนั้น ภายนอกอาคารพระราชวังมีหอพระบางซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบาง พระคู่บ้านคู่เมือง เป็นพระพุทธรูปศิลปะขอมสมัยหลัง“บายน”ปางประทานอภัย หรือปางห้ามสมุทร หล่อขึ้นจากทองคำถึง 90%นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย

กลางวันรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้น

-เดินทางออกนอกเมืองประมาณ 45 นาที ไปน้ำตกกวางสีเป็นน้ำตกที่สวยงามมากเป็นน้ำตกหินปูนสูงราว 70 เมตร มี 2 ชั้น บางช่วงมีสายน้ำไหลตามผาคล้ายกับม่าน เนื่องจากเป็นน้ำตกหินปูนจึงทำให้น้ำของน้ำตกแห่งนี้ใสและมีสีเขียวมรกต

-ช่วงบ่าย ไปเที่ยวผานมเป็นชุมชนไทลื้อที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านเล่าว่าเจ้ามหาชีวิตแห่งล้านนาได้สู่ขอเจ้านางผมหอม ธิดาของกษัตริย์เมืองเชียงรุ้ง (สิบสองปันนา) มาเป็นพระชายา มีบริวารบ่าวไพร่ติดตามรับใช้เป็นข้าราชการในราชสำนักสืบต่อกันมา 10 ชั่วอายุคน จนมีจำนวนคนเพิ่มขึ้น เจ้ามหาชีวิตจึงมีรับสั่งให้ออกมาตั้งบ้านเรือนนอกราชวัง โดยแห่งแรกอยู่ที่บ้านเวียงนาคำและบ้านนาอ้อมดอยบริเวณเชิงเขาภูว่าวนอกเมืองหลวงพระบาง และต่อมาได้อพยพมาอยู่ที่บ้านผานมแห่งนี้ ปัจจุบันมีประชากรราว 200 หลังคาเรือน หญิงชาวไทลื้อที่เคยทอผ้าถวายเจ้ามหาชีวิตมาก่อน ทำให้บ้านผานมมีชื่อเสียงในเรื่องความประณีตและสวยงามมากจึงมีการตั้งศูนย์หัตถกรรมสินค้ารวมทั้งมีการสาธิตการทอผ้าด้วยทั้งแบบย่ามและกระเป๋าเสื้อต่างๆ

-ขึ้นสู่ยอดเขาภูสี นมัสการพระธาตุพูสียอดเขาพูสีมีความสูงประมาณ 150 เมตร ทางขึ้นเป็นบันไดจำนวน 328 ขั้น ตลอดสองขางทางร่มรื่นไปด้วยดอกจำปา หรือ ลั่นทม ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติลาวที่จะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงฤดูร้อน เชื่อแต่เดิมว่าบริเวณนี้เป็นเขตป่าศักดิ์สิทธิ์ ต่อมามีฤษีขึ้นไปอาศัยอยู่ชาวบ้านจึงเรียกว่าภูฤษี หรือ ภูสีมา สามารถมองเห็นเมืองหลวงพระบางจากบนยอดเขาซึ่งนับว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่ง

เย็นรับประทานอาหารเย็น และคืนนี้ มีกิจกรรมจากทางทีมนำเที่ยว และเราจะพาท่านที่สนใจสัมผัสบรรยากาศร้านบันเทิงของหลวงพระบาง ยามราตรีพักโรงแรม ...........

วันที่ 3:หลวงพระบาง–อุดมไชย-หลวงน้ำทา

เช้าออกเดินทางไปยังเมืองอุดมไชยโดยรถยนต์

เที่ยงถึงเมืองอุดมไชยทานอาหารเสร็จแล้วไป

วัดสินจงแจ้ง:ทางตอนเหนือของตัวเมืองมีวัดสินจงแจ้งที่นักท่องเที่ยวน่าจะไปเที่ยวชมอีกที่หนึ่ง มีพระพุทธรูปหลายสมัย จุดเด่นอยู่ที่ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ด้านนอกของอุโบสถเป็นภาพวาดของชาวคอเคเชียน ผู้ชายจมูกโตมีหนวดเครา น่าจะเป็นคนฝรั่งเศสหรือไม่ก็ฮอลันดาที่เข้ามาอยู่ในลาวในยุคแรกๆ

พูพระธาตุซึ่งเป็นศาสนสถานที่สำคัญของชาวลาวและเป็นจุดที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้รอบเมือง ท่ามกลางการถูกล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน

นั่งรถผ่านอนุสาวรีย์ของท่านไกรสรตรงนี้จะเป็นจุดนัดพบของชาวลาวเป็นที่พักผ่อน จากนั้นเดินทางสู่เมือง หลวงน้ำทา

เย็นถึงเมืองหลวงน้ำทา รับประทานอาหารเย็นที่ร้าน..........เข้าที่โรงแรม ไดมอนด์หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัยหรือจะเดินเที่ยวตลาดกลางคืนที่อยู่ไม่ไกล จากที่พัก

วันที่ 4:หลวงน้ำทา–ห้วยทราย–เชียงของ

เช้าเที่ยวชมตลาดเช้าที่อยู่ด้านหน้าของโรงแรม

08.00 น.:รับประทานอาหารเช้า นำท่านไปนมัสการพระธาตุ สามัคคีชัย เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดในเมือง สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ทั่วทั้งเมืองหลวงน้ำทา

09.00 น.เดินทางออกจาก หลวงน้ำทา

กลางวันคณะเดินทางมาถึงเมืองห้วยทราย นำท่านไปรับประทานอาหารกลางวันริมน้ำโขงจากนั้นเที่ยวชมตลาดอินโดจีน มีสินค้าจีน มากมายเช่น กระเป๋า รองเท้า โทรศัพท์มือถือแบลเนมดังๆ ราคถูก เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

15.00 นเดินทางข้ามกลับเข้าประเทศไทย อ.เชียงของ โดยสวัสดีภาพปลอดภัยและประทับใจ


  อัตราค่าบริการ ท่านละ 7,500 บาท  **ครบ 8 ท่านออกเดินทางได้

บริการรวม

1. โรงแรม3คืน5. ไกด์ท้องถิ่นนำเที่ยว

2. อาหารทุกมื้อตามโปรแกรม6.เครื่องดื่ม-อาหารว่าง–ผ้าเย็น

3. ค่าเข้าชมสถานที่ตามโปรแกรม7.ทำประกันอุบัติเหตุ วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท

4.ค่าเช่ารถ-ไปกลับ ห้วยทราย-หลวงพระบาง

หมายเหตุโปรแกรมการเดินทางอาจจะปรับเปลี่ยนได้ แล้วแต่ความเหมาะสมทั้งนี้จะรักษาผลประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ


สนใจจองทัวร์สามารถติดได้สามช่องทางดังนี้

ID: jaturaporntour

สนใจจองทัวร์ออนไลน์