เชียงใหม่ มัณฑะเลย์ แสนหลี สี่ป้อ

18 ม.ค. 2562

เจาะลึกมัณฑะเลย์ สกายน์ โมนยวา พินอูลวิน สีป้อ มินกุน อังวะ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ PG สัมผัสอารยธรรมเก่าแก่และประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของพม่า ย้อนรอยประวัติศาสตร์ เยือนหอเจ้าฟ้าสี่ป้อ เมืองเจ้าฟ้าไทยใหญ่ แห่งรัฐฉาน อิ่มบุญ....นมัสการ มหาบูชาสถาน บินตรงจากเชียงใหม่-สู่เมืองมัณฑะเลย์ 5 คืน 6 วัน  


วันแรก                                                         เชียงใหม่ – มัณฑะเลย์–โมนยวา

15.00น.คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานอากาศนานาชาติเชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทฯคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน

16.45น.ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ประเทศพม่าโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่PG 725Q

17.50น.ถึงสนามบินเมืองมัณฑะเลย์(เวลาที่ประเทศพม่าช้ากว่าประเทศไทย30นาที)ผ่านพิธีการทางศุลกากร                 และตรวจคนเข้าเมือง พร้อมตรวจเช็คสัมภาระก่อนออกเดินทาง

                          จากนั้นนำท่านล่องเรือแม่น้ำอิระวดี นำชมเมืองสกายน์  นำชมวิวยอดดอยสกายน์ ประมานพุทธ                           ศตวรรษที่ 19 มีเจ้าเชื้อสายไทยใหญ่เมืองสกายน์ นาม สอยุนรวบรวมผู้คนแล้วตั้งตนเป็นกษัติย์อยู่ที่                                    เมืองสกายน์ หรือสะแกง ที่ตั้งปัจจุบันอยู่ใกล้เนินเขาบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากมัณฑะเลย์                    ไปทาง      ทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร สกายน์เป็นราชธานี ได้เพียง 59 ปี    ภายหลังเกิดการ            ชิงอำนาจกัน                 สุดท้ายพระเจ้าโดะมินพญา ได้รับชัยชนะ จึงย้านเมืองหลวงใหม่มาตั้งที่ปากแม่น้ำมิดแง ตรงที่บรรจบกับ                  แม่น้ำอิรวดี จนเป็นที่ตั้งของเมืองอังวะในเวลาต่อมาดอยสกายน์นั้นเป็นภูเขาขนาดกลาง มีจุดชมวิวที่คุณ                      สามารถ            มองเห็นเจดีย์ต่างๆ ที่วางตัวอยู่ตามไหล่เขาโดยมีแม่น้ำอิรวดีไหลผ่านเป็นฉากด้านหลัง ซึ่งจุดชม                วิวที่ว่า  นั้นอยู่บนเจดีย์ซุนอูปุยะชิน บนยอดดอยสกายน์ หลังจากนั้นชม”หรือ วัดเจดีย์นมนาง”สร้างโดย                  พระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ. 1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจาก                 ลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มี  ตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่า                ครึ่งซีกนี้ได้ต้นแบบมาจากถัน พระชายาคนโปรด ของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตร เส้น               รอบวงวัดได้ 274 เมตร และใช้อิฐในการก่อสร้าง            มากถึง 10,126,552 ก้อน แล้วชมU Min Thonze

                     Pagoda or30Caves Pagodaเจดีย์อูมินทง       แส่ ภายในมีพระพุทธรูปปิดทอง 45 องค์ประดิษฐาน

                          เรียงกันเป็นรูปครึ่ง วงกลมคล้ายพระจันทร์เสี้ยว


จากนั้นเดินทางไปยังเมืองหม่องหยั่ว (Monywa)เป็นเมืองที่อยู่ห่างจากมัณฑะเลย์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 130 กม.

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคารãJade Royal Hotelหรือเทียบเท่า3ดาว

                                                                                                                                                           

วันที่สอง                                              โมนยวา - พินอูลวิน

07.00 น.         äบริการอาหารเช้า ณห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

08.00น.          หลังจากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง ตลาดเช้าเมือง โมนยวา จากนั้นนำท่านชม ระหว่างทางนำท่านชม  ถ้ำโพวินต่อง(Po Win Taung)ถ้ำหินทรายที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตก ประมาณ25กิโลเมตร (16ไมล์) ประกอบไปด้วยถ้ำเล็กๆมากกว่า800คูหาแต่ละถ้ำจะมีพระพุทธรูปและ ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวของชาวพม่าและพระพุทธ ศาสนาอยู่ภายในถ้ำเป็นจำนวนมากหลังจากนั้นไปชมวัดเลดี (Ledi           Kyaung)สร้างในปี พ.ศ.2429โดยท่านเลดี ซายาดอว์ พระภิกษุที่มีชื่อเสียงมาก เชี่ยวชาญในด้านภาษาบาลี และการปฏิบัติ            วิปัสสนา ภายในวัดมีแท่นหินแกะสลักพระไตรปิฎกและคำสอนของท่านเลดี ซายาดอว์ จำนวน806แท่น

วัดโพธิตาต่องหลังจากนั้นขอแนะนำให้คุณไปเยือนวัดโพธิ์ตาต่อง(Bodhi Tataung Temple)หรือที่นิยมเรียกกันว่า วัดพระพุทธรูป1,000องค์ เนื่องจากว่าภาย ในวัดมีพระพุทธรูปจำนวน1000องค์ ประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์1000ต้น และในบริเวณใกล้เคียงยังมีวัดพระนอนและพระยืนที่สูงถึง132เมตร ซึ่งถือว่า           เป็นพระยืนที่สูงที่สุดในโลก ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาอีกด้วยต่อมาขอแนะนำให้คุณไปเยือนวัดเจดีย์สัมพุทเธ()สถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญและถือว่าเป็นไฮไลท์หลักของเมืองโมน ยวา ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐาน เจดีย์สัมพุทเธ (Thambuddhei Paya)ถูกสร้าง  ขึ้นครั้งแรกในปีพ.ศ.1846แต่   ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ.2486เจดีย์สัมพุทเธ ถูกสร้างขึ้นให้มีลักษณะโครงสร้างของเจดีย์เลียนแบบเขาพระสุเมรุ และมีความคล้ายคลึงกับบุโรพุทโธของ ประเทศอินโดนีเซียบริเวณองค์เจดีย์หลักมีองค์เจดีย์เล็กๆรายรอบอยู่ ถึง845องค์ บรรจุพระธาตุ7350องค์ ภายในวัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปทั้งหมด582,363องค์ นอกจาก นี้แล้วภายในวัดยังมีอาคารที่สวยงามและตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอย่างงดงามและแวะชมวัดและนมัสการShwe Gu Ni Pagodaก่อนเดินทางไปยังร้านอาหาร

12.00น.         äบริการอาหารกลางวัน ณภัตตาคาร

                        จากนั้นออกเดินทางบนถนนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หรือที่เรียกกันในยุคสงครามว่าBURMA                           ROADสู่เมืองพินอูลวิน(Pyin Oo Lwin)เมืองที่ตั้งอยู่เชิงที่ราบของรัฐฉาน มีความสูงจากระดันน้ำ                ทะเล1,070เมตร อากาศจึงเย็นสบาย ในช่วงอังกฤษปกครองประเทศพม่า ชาวอังกฤษนิยมสร้าง                            บ้านพักตากอากาศกันมาก  

17.00น.เดินทางถึงเมืองพินอูลวินหรือเมืองแมเมียวเมืองฐานบัญชาการของกองทัพอังกฤษในอดีต นำท่านนั่งรถม้าชมเมืองพินอูลิน เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ย่านหอนาฬิกา Purcell Towerสัญลักษณ์อันโดดเด่นของ

                        เมืองพินอูลวิน

ค่ำäบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารãRoyal Reward Resort  Hotelหรือเทียบเท่า3ดาว

                                                                                                                                                           

วันที่สาม                                                      พินอูลวิน – สีป้อ

เช้า                  äรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรมเดินทางสู่สถานีรถไฟDeparture Time : 08.30-09.30 amให้ท่านได้นั่งรถไฟชมทิวทัศน์บนเส้นทางเดียวกับที่ทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สองได้เห็นเมื่อครั้งยาตราทัพสู่จีน ชมทิวทัศน์ป่าเขาที่เขียวขจีหุบเขา ภูสูงที่ยากจะบากบั่นถึง แต่ญี่ปุ่นก็ทำสำเร็จด้วยแรงงานเชลย ผ่านส่วนที่สูงที่สุดที่สร้างสะพานรถไฟเรียกว่าสะพานก๊อกเต๊ก (Gokteik)ซึ่งผ่านหุบเหวสูง           ถึง330เมตร สร้างใน ค.ศ.1903โดยตัวสะพานมีความสูง95         เมตร ยาวประมาณ650เมตร ก่อสร้างโดยบริษัท เพนซิลเวเนีย สตีล อเมริกา นับเป็นสะพานรถไฟที่สูงเป็นอันดับสองของโลก และเป็นสะพานรถไฟที่เก่าแก่และยาวที่สุดในพม่า จากสะพานข้ามหุบเหวนี้เลยไปจะผ่านเมืองจ๊อกแม(Kyaukme)ซึ่งในทุกๆ ปีในช่วงเดือน      มีนาคมจะมีงาน เฉลิมฉลองเทศกาลของรัฐฉาน จะมีการเดินทางของชนเผ่าไทยใหญ่เข้ามากันมากใช้เวลานั่งรถไฟประมาณ2ชั่วโมงเศษ ท่านจะได้สัมผัสความงามของทุ่งหญ้า หุบเขา ภูสูง ที่ต้องบอกว่า หากไม่มีใจมุ่งมั่นสู่จุดหมายปลายทางกันจริงๆแล้ว ก็ยากที่จะบากบั่นมาถึงได้  นำท่านลงจุดหมานปลายทางที่เมืองหน่องปิง แล้วเดินทางต่อโดยรถบัสสู่เมืองสีป้อ

เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ระหว่างทาง

บ่าย                                          จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองสีป้อเมืองอันเป็นตำนานรักอมตะของเจ้าชายแห่งรัฐฉานกับสาวชาว

                                                ออสเตรีย ซึ่งบันทึกผ่านหนังสือTwilight Over Burma : My Life as a Shan Princessที่คุณมนัน

                                                ยาได้แปลเป็นภาษาไทย และตั้งชื่อใหม่เสียงดงามว่า“สิ้นแสงฉาน”

                                                นำท่านไปนมัสการวัดประจำเมืองแห่งเมืองสีป้อเจดีย์บอจู พญา หรือที่เรียกว่าวัดเจดีย์พระสี่องค์ ซึ่งเป็น

                                                วัดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองสีป้อ

                                                หลังจากนั้นนำท่านไปเยือนหอเจ้าฟ้าเมืองสีป้อรูปทรงสไตล์ยุโรปสองชั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ หอเจ้าฟ้าทรุด

                                                โทรมและเก่าลงไปมาก เพราะไม่ได้รับการซ่อมแซมมานานหลายปี หอเจ้าฟ้าแห่งนี้ถูก สร้างขึ้นเมื่อปี   

                                                พ.ศ.2467หอเจ้าฟ้า  มีหญิงวัยกลางคน เป็นผู้ดูแล ท่านคือ เจ้าจ๋ามพงษ์ เป็นเจ้าฟ้า หญิงจากเมืองใหย

                                                มาแต่งงานกับเจ้าอูจ่า หลานชายแท้ๆของเจ้าจ่าแสงหรือพูดง่ายๆคือ ท่านมีศักดิ์เป็น หลานสะใภ้ของ 

                                                เจ้าจ่าแสงนั่นเอง  จากตึกหอเจ้าฟ้าจะมีแม่น้ำตู้อยู่ข้างๆ  มีสระว่ายน้ำสีมรกต สนามเทนนิสของเจ้าฟ้าที่

                                                ระบุไว้ในหนังสือ“สิ้นแสงฉาน”  หอเจ้าฟ้า ซึ่งถูกดัดแปลงเป็น ห้องรับแขก และห้องแสดงภาพประวัติ


สนใจจองทัวร์สามารถติดได้สามช่องทางดังนี้

ID: jaturaporntour

สนใจจองทัวร์ออนไลน์